คลังเก็บหมวดหมู่: ข้อคิดสอนใจ

อย่าต่อว่าภรรย า หากเธอไม่ช่วยทำงานหาเงิน

อย่าต่อว่าภรรย า หากเธอไม่ช่วยทำงานหาเงิน
การแบ่งหน้าที่การทำงานกันในบ้านนั้นเป็นเ รื่ อ งที่ดี แต่ ในบางครั้ง เมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มคิดว่า หน้าที่ของตนเองนั้นลำบากกว่า และ มีความสำคัญมากกว่า หรือ รู้สึกว่าเสียเปรียบ ก็มักจะเกิดเหตุการณ์ การเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น อย่างเช่นเ รื่ อ งเล่าต่อไปนี้

ในทุก วันที่สามีกลับจากที่ทำงาน สามีจะไม่พอใจภรรย าเป็นอย่างมาก เพราะเห็นว่าภรรย าอยู่บ้านเฉย คิดว่าวัน ไม่ทำอะไรเลย ทำให้สามีนั้นรู้สึกรำคาญใจ ไม่ค่อยพูดจากับเธอสักเท่าไหร่ เพราะเห็นว่าเธอนั้นไม่ช่วยทำงานและไม่ช่วยทำมาหากิน

วัน ได้แต่อยู่บ้าน ทำงานบ้าน ที่ใครหลายคนคิดว่างานบ้านที่ทำทำแล้วไม่ได้เงิน ภรรย าก็ไม่เคยท้อ และ ไม่เคยปริปากบ่น ที่สามีมองเธอเช่นนั้น แต่ก็มีบ้างที่เธอรู้สึกแย่ ที่ไม่สามารถทำงานหาเงินช่วยค่าใช้จ่ายในบ้าน แต่ เธอก็ยังคงทำความสะอาดบ้าน ทำกับข้าว ทำหน้าที่เธอต่อไป

วันหนึ่ง สามีบ่นภรรย าอย่างรุ นแร ง และได้พูดคำที่ทำให้เธอรู้สึกเสียใจที่สุด คุณไม่ต้องทำงานในบ้าน คุณก็อยู่ได้ ผมซิ ทำงาน เช้าถึงค่ำเพื่อเลี้ยงดูคุณและลูก คำพูดของสามี ทำให้เธอร้องไห้ และนอนไม่หลับ วันรุ่งขึ้นสามีรีบอาบน้ำแต่งตัว เตรียมตัวไปทำงาน หาดูเสื้อที่รีดแล้วแขวนอยู่ในตู้ แต่ไม่มี

เธอจึงถามภรรย าว่า ไหนเสื้อผม คุณไม่ได้รีดเหรอ? ภรรย าตอบว่า ฉันไม่ได้รีด สามีนั่งโต๊ะอาหาร เพื่อทานอาหารเช้า แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะวันนี้ อาหารเช้าไม่มีสำหรับเค้า สามีกลับจากทำงาน เห็นลูก สองคน วิ่งเล่นน้ำอยู่หน้าบ้าน ใส่ชุดนอน ผมหยุ่งเหยิง พอเห็นพ่อกลับมา ลูก จึงเอาสายย างฉีดน้ำใส่พ่อ ทำให้เค้าเปียกทั้งตัว

สามีเปิดประตูบ้าน สภาพที่เห็น ข้าวของในบ้าน รกมาก มองไปที่โต๊ะอาหาร มีแต่กล่องข้าว และถุงเศษอาหาร ที่กินแล้วไม่เก็บกวาด สามีรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก จึงรีบเดินเข้าไปดูในครัว เค้าเห็นสภาพในครัว มีแต่จานที่เลอะเทอะ ที่ส่งกลิ่นเหม็น ทั้งยังมีน้ำนองเต็มพื้น สามีจึงตะโกนเรียกภรรย า อย่างสุดเสียงว่า คุณอยู่บ้าน คุณไม่ทำอะไรเลยเหรอ

ภรรย าตอบว่า ปกติฉันก็ทำงานตลอด แต่คุณก็ยังพูดว่า ฉันไม่ทำอะไรเลย ไม่ช่วยคุณเลย วันนี้ ฉันไม่ได้ทำงานที่ฉันทำทุกวัน สภาพบ้านมันเลยเป็นเช่นนี้ นี้คืองานของฉัน งานที่ไม่มีวันหยุด งานที่ไม่มีใครช่วยได้ ทั้งลูกและคุณ งานที่หนัก แต่ไม่ได้เงิน งานที่ย าก ที่สามีเห็นว่าง่าย คุณทำเองดีไหม อยู่บ้านดีไหม?

เปลี่ยนให้ฉันทำงานนอกบ้านบ้าง เพื่อที่ฉันจะได้กลับมาถึงบ้าน แล้วพักผ่อนเช่นคุณ มีแนวคิดหนึ่งที่คู่รักคู่หนึ่งได้บอกไว้ว่า ให้ปฎิบัติต่อกัน คือ ในวันหยุดงาน เสาร์-อาทิตย์ สามีและภรรย าต้องสลับหน้าที่กัน คือ สามีต้องมาทำงานบ้านแทนภรรย า ส่วนภรรย าก็ต้องไปหางานเสริมพิเศษนอกบ้านทำเพื่อหารายได้

ทำให้สามีเรียนรู้ว่าภรรย ามีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบในบ้านมากเพียงใด และ ภรรย าก็จะได้รู้ถึงความเหน็ดเหนื่อยของการทำงานนอกบ้านของสามี เมื่อต่างฝ่ายต่างรับรู้ ความลำบาก ของ กันและกัน ได้แล้ว ก็เป็นเ รื่ อ งง่ายที่จะเข้าใจกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา bitcoretech

ทำไมคนกตัญญู มักมีสิ่งที่มองไม่เห็น คอยช่วยเหลือ

ทำไมคนกตัญญู มักมีสิ่งที่มองไม่เห็น คอยช่วยเหลือ
ก่อนจะอธิบายว่าเป็นเพราะอะไร ลองคิดดูซิครับว่าใครรักเรามากที่สุดไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไรใครที่คอยเป็นห่วงเรามากที่สุด นี่คือความรักที่แท้จริงยั่งยืน

สุดจะเปรียบได้เมื่อบุตรผู้กตัญญูได้ดูแลเลี้ยงดูปรนิบัติ ฯลฯด้วยใจบริสุทธิ์

แล้วใยเล่าจะไม่ได้พรอันประเสริฐ์จากพ่อแม่ที่เราได้ปรนนิบัติซึ่งพรนั้นจะส่งออกมาจากจิตและใจที่บริสุทธิ์ 100% พลังแห่งบุญก็เลยหลายเท่าทวีคูณ

ได้เห็นทั้งชาตินี้และชาติหน้าด้วย ผมก็ได้ดีมีวันนี้ก็เพราะการปรนิบัตรแม่นี่แหละกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดีและเทวดาครับเ รื่ อ งร้ายจะกลายเป็นดี

เวลาอยู่ในภาวะขับขันแต่จะมีเ รื่ อ งบังเอิญทำให้คลาดแคล้วสิ่งที่เรามองไม่เห็น ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีจริง

แต่ขอให้ทำด้วยใจนะ พระพุทธเจ้าท่านทรงเปรียบว่าบิดามารดาเปรียบเสมือนพระอรหันต์ของบุตรเพราะฉะนั้นการได้เดูแลพระอรหันต์ก็บุญมหาศาลอยู่แล้ว

แต่ระวังถ้าทำตรงกันข้ามก็คืออกตัญญูผลกรรมก็จะหนักมากเช่นกัน

จิตของพ่อแม่ที่มีต่อลูก เหมือนจิตพระอรหันต์นั้นแหละ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกเขาแบบไร้เงื่อนไข

ทำบุญกับพ่อแม่จึงเหมือนทำบุญกับพระอรหันต์ มีแต่เจริญรุ่งเรือง

ตัวอย่างพี่เรา ให้เงินแม่ทุกเดือน พาแม่ไปไหว้พระ ถวายสังฆทานสวดมนนต์ ทานอาหาร ซื้อของใช้พื้นฐานให้เวลาแม่ปวดตัว ก็นวดให้ทุกคืน

ไม่พอปีชีวิตมีแต่สิ่งดี ได้แฟนมีฐานะ ถูกหวย เปลี่ยนงานก็ได้งานกับบริษัทใหญ่โบนัสเพียบ เพื่อนฝูงเจ้านายก็เอ็นดู คอยช่วยเหลือทุกอย่าง

เรา ทุ ก คนนั้นจะมีเวลาอยู่กับลูกของเรา ได้ 1 0 ปี แรก เท่านั้น

ในวันนี้เรามีข้ อ คิ ด ดีมาให้ทุกท่านได้อ่าน

แล้วได้ข้ อ คิ ด ได้ใช้สติในการดำรง ชี วิ ต มาอ่านกันเลย

เรา….มีเวลาอุ้มลูกนอน 6 เดือนแรก

หลังจากนั้น….เค้าจะนอนได้เอง

เรา….มีเวลาอุ้มลูกเดิน 1 ปีแรก

หลังจากนั้น….เค้าจะเดินได้เอง

เรา….มีเวลา ก อ ด ลูกเล่นได้นาน 2 ปีแรก

หลังจากนั้น….เค้าจะไม่ยอมให้ ก อ ด นาน

เรา….มีเวลาพูดให้ลูกฟังตลอด 3 ปีแรก

หลังจากนั้น….เค้าจะไม่ฟังเราพูด

เรา….มีเวลาอยู่กับลูกตลอดได้ 10 ปีแรก

หลังจากนั้น….เค้าจะไม่ยอมอยู่บ้านกับเรา

และ….อย ากอยู่กับเพื่อน….มากกว่าเรา

เรา….มีเวลาดูแลลูกได้ 15 ปีแรก

หลังจากนั้น….เค้าอาจไม่อย ากให้เรา….ดูแลเค้าอีก

และ….อย ากมี ‘ชีวิตของเค้าเอง’

ผ่านไป 30 ปี….หลังลูกเกิด

เรา….อาจจะไม่ได้เจอลูกอีก

เพราะ….” เวลา ” ของคนใดคนนึงอาจหมดลง

ทำทุก วัน….ที่อยู่กับลูกให้มีค่า

เพราะ ” เวลา ” นั้น….ผ่านไปอย่ างรวดเร็ว

”ชีวิตสั้น” แต่….”ความรักความผูกพัน’‘ นั้นย าว…

ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลดจาก : สายนักเลง และ newshotnew

เมื่อวันที่คุณ ต ก อั บ จะมีสักกี่คนกันที่ยัง อ ย า ก รู้จักกับคุณ

คุณ รู้จักคนเยอะไหม?

คุณรู้จักคนเยอะมาก

แต่คนที่ช่วยเหลือคุณมีสักกี่คน

อย่ าบอกว่าคุณรู้จักคนมากมาย

ย า ม ที่คุณ ต ก อั บ

ดูสิว่าจะมีสักกี่คนที่ยังอย ากรู้จักคุณ

คนที่กิน ดื่ม ท่อง ราตรีกับคุณทุกวัน

ย ามคุณมีปัญหา ไม่แน่เสมอไปว่า

เขาเหล่านั้น จะยื่นมือเข้ามาช่วย

เพื่อน จงนับที่คุณภาพ อย่ านับเอาที่ปริมาณ

ลากมันฝรั่งไปมาเต็มลำรถ

มิสู้ไข่มุกราตรีเพียงเม็ดเดียว

ฉันมีแอบเปิ้ลอยู่หนึ่งลูก แบ่งให้เธอครึ่งหนึ่ง

นี่คือ น้ำใจจากมิตรสหาย

ฉันกินหนึ่งคำ ที่เหลือให้เธอ

นี่คือ ความรักของหนุ่มสาว

ฉันไม่ได้กินสักคำ ให้เธอทั้งลูก

นั่นคือ พ่อและแม่ของเธอ

ฉันเก็บซ่อนไว้ แล้วบอกกับใคร ว่าหิวจังเลย

มีอะไรให้กินไหม? นี่คือ คนในสังคม

วันไหนชายหนุ่ม จ น

จึงรู้ว่า หญิงคนไหนรักคุณจริง

วันไหนหญิงสาวไม่สวย ไม่น่ารัก

จึงรู้ว่า ชายคนไหนจะอยู่เคียงข้างไม่ละทิ้งคุณ

วันไหนที่คุณทำอะไร อั บ อ า ย ขาย หน้า

จึงรู้ว่า ใครจริงใจ ใครใส่ใจคุณ

เคียงข้าง ไม่ใช่เพราะคุณมีเงินฉันจึงตามติด

ถนอมรั กษ า ไม่ใช่เพราะคุณสวยผมจึงห่วงใยใส่ใจ

สิ่งที่หลงเหลือเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง

ไม่ใช่รูปโฉมความงาม แต่ เป็นความจริงใจ

คืนผันวันผ่าน อาจไม่ผูกพัน

ไม่ควรรู้จักแต่หน้า แต่ ควรรู้ใจ

โดย : นุสนธิ์บุคส์

ขอขอบคุณข้อมูลดีจากเว็บไซต์ : allwaypost.com

ใ ค ร อ ย า ก เจริญ ใ ห้ ทำ เลย มอบเงินให้ แ ม่ ทุกเดือน แม้ไม่มีก็ต้องให้ เพราะผลที่ได้รับคุ้มค่าจริง

มอบให้แม่ทุกเดือน แม้ไม่มีก็ต้องให้ เพราะผลที่ได้รับคุ้มค่ามาก อย ากเจริญให้ทำเลย

อาจารย์ของผมท่านได้ให้เงินเดือนพ่อและแม่เดือนละ 1,000 บาท เป็นประจำทุกเดือน ผมสงสัย? ทำไมต้องให้เงินพ่อแม่ เดือนละ 1,000 บาท? ในเมื่อแม่ก็อยู่บ้านหลังเดียวกับอาจารย์อยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับท่าน อาจารย์ก็จัดการทั้งหมดอยู่แล้ว วันหนึ่งสบโอกาศ ผมจึงตัดสินใจถามอาจารย์ว่า

“อาจารย์กำลังทำอะไรครับ?” อาจารย์ตอบว่า

“ผมกำลัง ตั ด รายจ่ายอยู่…ผมต้องจ่ายค่าแม่ครัว คนขับรถ คนสวน ค่าใช้จ่ายในบ้าน และให้แม่อีกเดือนละ 1,000 บาท… ตอนนี้รายได้กับรายจ่ายมันไม่ค่อยสัมพันธ์กัน ต้อง ตั ด รายจ่ายลงบ้าง”

ผมเลยบอกว่า “เงินเดือนที่ให้แม่ 1,000 ตั ดได้นี่ครับ…อาหาร 3 มื้อ อาจารย์ ก็จัดให้ท่านเรียบร้อย เสื้อผ้าก็ซื้อให้ใหม่ปีละ 3 ชุด ไม่สบาย อาจารย์ก็พา ห ม อ มา ฉี ด ย า ให้ คุณแม่ ต า บอดไม่ได้ไปไหน ฉะนั้นเงินเดือน 1,000 นี่ ตั ดได้ครับ”

อาจารย์บอกว่า “ตั ดไม่ได้เด็ดขาด 1,000 บาทนี่สำคัญที่สุด เพราะเป็นเงินสำหรับเลี้ยง หัว ใจแม่”

ผมฟังแล้ว ส ะ อึ ก “เงินเลี้ยง หัว ใจแม่”…พวกเราเคยได้ยินไหมครับ?

อาจารย์บอกต่อ หัว ใจต้องการอาหาร ที่มาหล่อเลี้ยงให้เอิบอิ่ม เบิกบาน เป็นสุข…คุณลองนึกดู คนที่ไม่มีเงินอยู่ในตัวเลยนี่เป็นยังไง? หัว ใจมันแฟบ หัว ใจ มันเหี่ยวเฉาเหมือนดอกไม้ย ามเย็น ใครที่เป็น ม นุ ษย์เงินเดือนจะรู้ พอเลยวันที่ 25 ไปแล้วนี่ มันเหี่ยว ยังไงชอบกล ไม่มีเงินค่ารถ ค่าอาหารซื้อข้าวสาร.มันเหี่ยวไปจนถึงสิ้นเดือน แม่อยู่กับเราก็จริง แต่ถ้าแม่ไม่มีเงินอยู่ในมือนี่ หัว ใจท่านเหี่ยว พอถึงวันเงินเดือนออก ทุกคนหน้าบานเหมือนดอกไม้ย ามเช้า จิตใจสดชื่นเบิกบาน มีความสุข รับเงินเดือนมาใหม่ หน้าสดใส สั่งกาแฟยังเสียงดังฟังชัด

ทุกสิ้นเดือนพอเงินเดือนออก ผมเข้าไปสวัสดีแม่ บอกแม่ว่า วันนี้เงินเดือนออกครับ ผมเอาเงินใส่มือแม่ 1,000 บาท แม่ก็ให้พรเเล้วเก็บเงินไว้ใต้หมอนไว้อย่ างมีความสุข

1,000 บาท เลี้ยงหัว ใจแม่อย่ างไร? วันหนึ่งน้องของอาจารย์พาภรรย าไป ค ล อ ดลูก คุณแม่ก็ซื้อทองให้หลานด้วยเงิน 1,000 บาท ที่เก็บสะสมไว้ ท่านกอดหลานสาว. สวมสร้อยให้พร้อมให้พร พอเด็กคนนี้โตพอพูดได้ มีคนถามว่าสายสร้อยนี้ใครซื้อให้ เด็กก็จะตอบว่า “คุณ ย่ า ซื้อให้” ชี้มือไปที่คนต า บ อ ด คนที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน คือ คุณย่ าไม่ใช่พ่อแม่ เพราะเงิน1,000 บาทนี่ทำให้คนต า บ อ ด ดูน่าเกรงขราม ถ้าคุณแม่ไม่มีเงิน จะรับขวัญหลานได้อย่ างไร ? เห็นไหมครับ ?

วันดีคืนดี แม่ครัวล้างชามเสร็จ คุณแม่ก็บอกให้มา น วดขาให้ แม่ครัวหน้ามุ่ยทำงานเหนื่อยยังต้องมานวดให้อีก นั่งขยำ คว่ำหน้า พอนวดเสร็จคุณย่ าหยิบเงินให้ 100 บาทแม่ครัวยิ้มหน้าบาน ยกมือไหว้ ขอบคุณค่ะ วันรุ่งขึ้นพอล้างจานเสร็จ รีบวิ่งมานั่งใกล้ วันนี้นวดอีกไหมคะคุณย่ า? เห็นไหมเงินเดือน 1,000 บาท ที่เราให้แม่ของเรามีฤnธิ์ขึ้นมา ได้มีคนมายกมือไหว้ มีคนมาปรนนิบัติ มีคนมาน ว ดให้ ถ้าไม่มีเงินเดือน 1,000 บาท นี้แม่เราจะมีฤnธิ์ได้อย่ างไร?

บันไดไปสวรรค์ด้วยเงิน 1,000 บาท วันหนึ่ง กำนันมาที่บ้านอาจารย์หารือจะปรับปรุงห้องน้ำวัดที่ ชำรุด ท รุ ด โ ท ร ม แม่อาจารย์ได้ยินกวักมือเรียกอาจารย์ แล้วคุณแม่ยกหมอนขึ้น นับเงินมา 5,000 บาท บอกเอาไปให้กำนันปรับปรุงห้องน้ำ เห็นมั๊ยว่าเงินเดือน 1,000 บาทที่เราให้ เป็นบันไดพาแม่ไปสวรรค์…นี่ถ้าแม่ไม่มีเงินในมือแม่จะได้ทำบุญไหม?

พอกำนันรับเงินเสร็จ ก็เดินผ่านไปบ้านถัดไป ลุง แ ก่ บ้านโน้นก็กำลังเก็บผ้าอยู่ในบ้าน กำนันตะโกนข้ามรั้ว ทำบุญสร้าง ส้ ว มไหมลุง? ลุงข้างบ้านตอบ “ลุงไม่มีเงินหรอก ลุงอาศัยลูกสาวเขาอยู่ เดี๋ยวเผื่อลูกสาวเขากลับมาทันจะขอเงินเขาทำบุญ” เพราะลูกเค้าไม่ได้ให้เงินเดือนลุง ลุงคนนี้เป็นเพียง คนเก็บผ้าของลูก ลุงคนนี้ไม่มีเงิน เพราะลูกเอามาเลี้ยงเอาไว้คอยเก็บผ้า

เป็นยังไงบ้างครับเห็นอิทธิฤnธิ์ของเงิน 1,000 บาท…“เงินเลี้ยงหัว ใจแม่” แล้วหรือยังครับ

วันนี้เราให้ “เงินเลี้ยงหัว ใจแม่” แล้วหรือยัง ?

ขอบคุณเจ้าของบทความ: sb.in.th

เมื่อ อ า ยุ 50 ปี นั้นมาถึง จงอยู่อย่างคน ส ต ร อ ง และเข้มแข็ง

อย่ าไปกังวลว่า ถ้าคุณจากไป อะไรจะเกิดขึ้น เพราะเมื่อกลายเป็นผงธุลีไปแล้ว ใครเขาจะยกย่องชื่นชม หรือตำหนิประณามอย่ างไร คุณจะไปรู้สึกรู้สาอะไรได้

ลูกของคุณเขาจะเป็นอย่างไร ก็อย่ าเป็นห่วงให้มากนัก พวกเขาต่างก็มีจุดหมาย และ หนทางชีวิตของตนเอง เมื่อล่วงลับไปแล้ว…คุณก็ยัง ไม่เลิกเป็นท าสของลูก อีกหรือ อย่าคาดหวังอะไรมากจากเ ด็ ก ต่อให้คุณชุบเลี้ยงใคร

ไว้ดูแลคุณย ามแ ก่เ ฒ่ า เขาก็ต้องวุ่นวายกับการงาน และภาระผูกพันต่าง เกินกว่าจะมีเวลามาช่วยเหลือ ดูแลอะไรคุณได้มากนัก ส่วนลูกจริง นั้น ก็อาจจะกำลัง ท ะ เ ล า ะ กัน

เพื่อ แ ย่ ง ทรัพย์สมบัติของคุณอยู่ ทั้งที่คุณยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ ดีขึ้นมาหน่อย ก็อาจจะ แอบภาวนา ให้คุณอย่าใช้เงินให้มาก และรีบจากไปเสียเร็ว อ ย่า ง นี้ก็มีให้เห็นอยู่ถมไป คุณไม่รู้หรอกหรือว่า

บรรดาลูก เขาถือว่าทรัพย์สมบัติของคุณ เป็นสิทธิ์ขาดของเขาไปแล้ว คุณจึงไม่มีสิทธิ์จะไปกำหนดอะไรได้เลย ในเงินที่เป็นของเขา…เข้าใจไหม?

คนอายุเกิน ๕๐ อย่างคุณ ต้องเลิกเอาสุขภาพ ไปแลกกับความร่ำรวยได้แล้ว มีเงินเท่าไรก็ซื้อสุขภาพคืนมาไม่ได้ คุณตอบได้ไหมว่า จะหยุดหาเงินเมื่อใด เท่าไหร่คุณถึงจะบอกว่า พอแล้ว

ร้อย พัน หมื่น ล้าน สิบล้าน พอรึยังไม่ทราบ ? ต่อให้คุณมีไร่นานับพันไร่ คุณก็กินข้าวได้ วันละสามจาน แม้นมีคฤหาสน์นับพันหลัง คุณก็ต้องการพื้นที่หลับนอนย ามค่ำคืน เพียงแปดตารางเมตร

ดังนั้นตราบใดที่คุณยังมี ข้าวปลาอาหารกินอย่างเพียงพอ มีเงินพอใช้สอยได้ทุกวัน เพียงเท่านี้ก็ดีเหลือหลายแล้ว อายุเท่านี้แล้ว คุณควรอยู่อย่างเป็นสุข ทุกบ้านต่างก็มีปัญ หาของตนเอง อย่ ามั วไปคิดเปรียบเทียบ แก่งแ ย่ง แข่งดีกัน

ไม่ว่าชื่อเสียง ฐานะในสังคม หรือความก้าวหน้าของเด็ก ฯลฯ สิ่งที่ควรจะแข่งกันทำกันจริง นั้น คือแข่งกันมีความสุข แข่งกันมีสุขภาพดีและอายุยืนนาน

ส่วนอะไร ที่เราเปลี่ยนมันไม่ได้ ก็อย่ าไปฝังอกฝังใจให้ ป่ ว ย การ และทำ ลายสุขภาพตัวเองเลย อายุป่านนี้แล้วก็ยังเปลี่ยนมันไม่ได้เลย

หลัง ๕๐ แล้วอ ย่า ง นี้ คุณต้องค้นหาหนทางของคุณเอง ที่จะสร้างชีวิตที่เป็นอยู่ดี และสุขสดใสขึ้นมาให้ได้

ตราบใดที่มันทำให้คุณอารมณ์ดี คิดถึงแต่สิ่งที่ทำให้เป็นสุข ทำอะไรก็สุขสนุกกับมันอยู่ทุกวัน นั่นก็หมายความว่า คุณได้ผ่านวันเวลาอย่างเป็นสุขแล้ว

ทุกวันวานที่ผ่านไป คุณจะสูญเสี ยไป ๑ วัน แต่ถ้ามันผ่านไปอย่างเป็นสุข วันนั้นคือกำไรชัด เลย จิตใจที่ดีจะช่วยรัก ษา โ ร ค ภั ย ได้

ถ้าจิตใจเป็นสุข โ ร ค ก็จะหายเร็วขึ้น แต่ถ้าจิตใจทั้งดี ทั้งเป็นสุขด้วยแล้วล่ะก็ ความเจ็บ ป่ ว ย จะไม่มีทางมาแผ้วพานได้ ด้วยอารมณ์ที่ดีแจ่มใสอยู่เป็นนิจ

ออกกำลังกายให้เพียงพอ อยู่กลางแจ้งบ่อย กินอาหารให้ครบห มู ่ ได้วิ ต า มิ น และแร่ธาตุอย่างเพียงพอ เพียงเท่านี้ก็เชื่อได้แน่นอนว่า ชีวิตที่เป็นสุข อีก ๒๐ หรือ ๓๐ ปี จะเป็นของคุณแน่นอน

เหนือสิ่งอื่นใด… คุณต้องรู้จักบ่มเพาะและเก็บเกี่ยวความสุขดี จากการได้อยู่ ได้เที่ยว ได้คุยกับเพื่อน

เพราะเขาเหล่านี้จะช่วยให้คุณ รู้สึกเย าว์วัยและมีความหมายอยู่เสมอ ขาดพวกเขาเมื่อใด…คุณจะต้องรู้สึก สูญเสียอย่างแน่นอนครับ…

อ่านแล้วเห็น “เฉลียงชีวิต” ในวั ย ช ร า กันบ้างมั้ย? ก็ต้องขอบคุณทั้งเจ้าของความคิด ผู้เผยแพร่ และทั้งผู้ส่งให้ผมอ่าน ก็อย า กบอกว่า….อา ยุเราเลือกไม่ได้ก็จริง แต่ชีวิตแต่ละช่วงชีวิต เราเลือกได้…

ขอบคุณแหล่งที่มา : rugyim.com

พ่อ กับ แม่ เรานี่เก่ง เ น า ะ ไม่ มี ปริญญาสักใบ แต่ทำ ให้ลูกเรียน จ บ รั บ ปริญญาได้

“พ่อ-แม่ ” นี่เก่งเนาะ ไม่มี “ปริญญาสักใบ”

แต่ทำให้ลูกรับปริญญาได้ “ พ่อ, แม่ ” นี่ก็แปลกเนอะ เลี้ยงเรา ให้โตกว่าท่านได้ด้วย

“พ่อ-แม่ ” นี่ก็ ป ร ะ ห ล า ด ดี ไม่เคยมีข้าวของดี ใช้ แต่ทำให้ลูกเข้ากับสังคมได้โดย “ไม่อ ายใคร”

“พ่อ-แม่ ” นี่ก็ ต ล ก ดีเนาะ ไม่เคยได้หยุดพัก แต่ก็ไม่เคยบ่น ท่านยอมทน, กับความเหนื่อย

เพียงเพราะ… กลั วว่า “เราจะไม่สบาย” ท่านคือ “ คนที่, เชื่อมั่นในตัวเรา ” แม้ในวันที่เราหมด “ความเชื่อมั่น” ในตัวเอง

เหนื่อยเมื่อไหร่ กลับไปหา, กำลังใจที่บ้านน๊ะ คนทางนั้น ไม่เคย, ดูถูกเรา แม้ในวันที่… เรา “ดู ถู ก ตัวเอง”

อย่ ามองสิ่งที่ท่านทุ่มเทให้ เป็น “สิ่งเล็กน้อย” เพราะมันอาจหมายถึง #ทั้งหมดที่ท่านทั้งสองมี ข้าวกับเกลือ พ่อ,แม่ทานได้

ถ้าลูกยิ้มได้ พ่อ,แม่ ก็อิ่ม เสื้อเก่า พ่อ,แม่ใส่ได้ เห็นลูกมีข้าวของเครื่องใช้ พ่อ,แม่ ก็อุ่น

ไม่รู้ว่า เรานึกถึงพ่อ,แม่ตอนไหนบ้าง? แต่สำหรับท่าน คงไม่มีเวลาไหน, ไม่นึกถึง ฝันเป็นจริงเมื่อไหร่

จงรีบกลับไปดูแลท่านทั้งสอง วันไหน “ ประสบความสำเร็จ ” อย่ าลืมชวนท่าน “ ไปร่วมยินดี ”

อย่ าบ่น เพราะท่าน… ต้องทน, มากกว่าเราเยอะ ไปเถอะ “ ไปกอดท่าน ” ก่อนที่, วันนั้น “ ตัวของท่านจะเย็น ”

แด่…“ ผู้ให้กำเนิด ”

Via. อักษร ” คอย ออกเสียง

กลับไปคบได้ แต่อย่ากลับไปคาดหวัง

หนังสือเล่มเก่า กลับไปอ่านกี่ครั้งก็คงจบแบบเดิม
ทุกคนคงเคยได้ยินคำที่ว่า
หนังสือเล่มเก่า กลับไปอ่านกี่ครั้งก็คงจบแบบเดิม
มันมักจะเป็นประโยคเด็ดของการกลับมาเมื่อมันเกิดขึ้น
แต่มันคงใช้กับเราไม่ได้

สิ่งที่เราเชื่อคือ ถ้าคนที่ใช่ จะไม่เลิกกันไปตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว
นั้นแหละคือประโยคที่เราเชื่อมาตลอด
ทุกครั้งเวลาการจากลาเดินมาถึง
เราก็มักจะเสียใจและขอให้ใครคนนั้นกลับมา

แม้ตอนที่เขากลับมาแล้วจริง
เราก็ไม่เคยจะกล้ากลับไปคบกับเขาอีกเลย

แต่สำหรับคนนี้มันคงเป็นกรณีพิเศษ ที่พิเศษจริง
เพราะเขาคือคนแรกที่ทำให้เราละเว้นความเชื่อนั้นไว้
เพื่อที่จะขอเริ่มใหม่อีกครั้งกับเขา

เพราะมันไม่มีอะไรแน่นอนเลย
นั้นก็คือไม่มีอะไรแน่นอนจริง

รวมถึงไม่ได้มีการการันตีเลยว่ากลับมาครั้งนี้มันจะดีกว่าครั้งนั้น
แต่มีเพียงคำพูดที่เราบอกกับเขา
‘คุณรู้ใช่ไหมว่าการกลับเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้คือมันต้องดีกว่าเท่านั้นนะ’
แน่นอนเขาตอบรับเราด้วยคำพูดที่เข้าใจ

ก่อนจะเริ่มต้นใหม่ เราก็เลยบอกถึงสาเหตุที่มันเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
‘คุณไม่รู้หรอกว่าเราคาดหวังกับคุณมาก ไหน เพราะเราไม่เคยบอกมันกับคุณ’
‘แล้วเราทำอะไรหรอ’

‘อย่าพูดถึงมันเลยนะ เราเจ็บ’

เพราะในความไม่รู้ว่าเรารู้ของเขาในวันนั้น การเดินออกจากวงโคจรในชีวิตของกันและกันมันเลยไม่มีใครรั้งใครเอาไว้
เราบอกได้ ตอนนั้น มันไม่ไหวเเล้ว มันไม่เอาแล้ว ถ้าต้องตกอยู่ในสถานะการณ์แบบนั้นเราต้องดิ้น ไปสวรรค์ตรงนั้นแน่

แต่การกลับมาในวงโคจรของกันและกันอีกครั้ง
มันทำให้เราโตขึ้นไปอีกในระดับนึง

คือการกลับมาคบกัน แต่เราจะไม่คาดหวังกับเขา
เพราะความผิดหวังมันน่ากลัวกว่า
การไม่มีหวังซะอีก

เราอย า กให้ใครสักคนอยู่กับตััวเองให้มากในวันที่เราให้โอกาสเขาได้ตัดสินใจว่าที่ตรงนั้นมันควรจะมีเราอยู่ด้วยจริงหรอ
ถ้าหากคำตอบคือไม่ เราก็จะเคารพเขาเพราะเราเป็นคนให้เขาทำมันเอง

เราขอหวัง ว่าการกลับมาของเขาครั้งนี้ มันจะไม่ใช่การกลับมาหมุนเข็มนาฬิกาให้กลับไปที่เดิม
ถ้าจะจบลงอีกครั้ง
เราคงอย า กให้มันจบลงด้วยเ รื่ อ งราวดี
มากกว่าเ รื่ อ งราวเดิม

เ รื่ อ งที่ว่า มันจำเป็นต้องจากกัน
แต่เราจะจากกันด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจ
หลังจากคำลาจบลง
เราไม่อย า กให้มันมีการย้ำยีกันซ้ำด้วยคำพูดอีก

ขอบคุณเ รื่ อ งราวดี โดย moon_1997

ผู้ชายที่จะรักเราจริง ๆ นั้น เขาต้องมี ต้ อ ง มี 3 ข้ อ นี้

สิ่งที่น่าเสียด าย ที่สุดในโลกใบนี้ คือ การที่ผู้หญิงไม่เห็นค่าตัวเอง และคิดว่าเราต้องยอม เพื่อให้ผู้ชายมารัก แต่ผู้ชายที่รักเราจริง จะไม่ทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวเอง
จะไม่ทำให้เราเสี ยเ กียรติ จะไม่ลบหลู่ความเป็นผู้หญิงของเรา

มี 3 สิ่งที่บอกได้ง่ายๆว่าผู้ชายคนนั้นจริงจังและจริงใจแค่ไหนในการคบกับเรา ซึ่งหนูดีถูกสอนมาสมัยเรียนครอบครัวศึกษา ปริญญาตรีของหนูดีค่ะ เรียกว่า

3 P s นั่นคือ Profess Provide Protect มาดูกันนะคะว่ามีอะไรบ้าง จะได้เอาไว้สอดส่องพฤติกรรมคนที่เข้ามาหาเรา

1 Profess

นั่นคือ พร้อมประกาศกับโลกใบนี้ว่าเราคือแฟน คือคู่หมั้นหรือคือภรรย าตามแต่ที่ตกลงกัน

ดังนั้นชายคนไหนเก็บเราไว้ในเงามืด ไม่ยอมออกสื่อ ไม่ยอมบอกเพื่อน ขอให้คบกันแล้วเก็บเป็นความลับ

นั่นคือเขาไม่รักเราค่ะ ไม่ต้องหาเหตุผลให้มาก อย่ าหาข้ออ้างให้ผู้ชาย ถ้าเขาแอบไว้คือเขาไม่รักจบข่าว

ใครโดนแบบนี้ ท่องเลยค่ะ เขาไม่รักๆๆๆๆ และหาทางเลิกอย่ างด่วน อย่ าจมชีวิตอันมีค่ากับผู้ชายที่ไม่เห็นค่า

เราพอที่จะประกาศก้องกับโลกว่า นี่คือผู้หญิงของฉัน น น ใครรักเราจริง เขาต้องดีใจเ นื้ อเต้นที่ได้เป็นแฟนเรา

และรีบประกาศให้ทุกคนในโลกของเขาและของเรารับรู้สิคะ ถูกต้องไหมเอ่ย

2 Provide

คือให้ค่ะ ให้ความรัก ให้เวลา ให้เงิน ให้ทรัพย ากร ฯลฯ ชายที่รักเราจริงจะไม่งกกับเรา ถ้าไปเดตกันและขอให้ 50 50

ส่วนใหญ่มักมองเราเป็นตัวเลือก เพราะผู้ชายที่รักจริง ต่อให้จนแค่ไหนจะอย ากแสดงความแมนด้วยการดูแลเราให้ครบถ้วน

ไม่กินแพงก็ได้ แต่ผมไม่ยอมให้คุณควักกระเป๋าแน่

3 Protect

รักจริงต้องพร้อมปกป้องทั้งร่างกาย จิตใจ เ กียรติยศ ศักดิ์ศรีของเรา ผู้ชายบางคน อย่ าว่าแต่ปกป้องเราจากคนอื่นเลย

มีแต่เรานั่นละที่ต้องปกป้องตัวเองจากเขา อืม นี่คือรักจริงหรือเปล่านี่ ผู้หญิงทุกคนในโลกนี้ ไม่จำเป็นต้องมีแฟนหรอกค่ะ

แต่หากจะมีต้องมีให้ดีกว่าอยู่คนเดียว หนูดีเองเห็นด้วยกับการมีแฟนที่ดี การแต่งงาน และมีครอบครัวที่มีคุณภาพ

แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้หญิงคิดว่า ต้องมีแฟน เราไม่ต้องมีหรอกค่ะ เว้นแต่ว่าผู้ชายพิสูจน์ตัวเองว่า มีค่าพอ

เราจึงค่อยพิจารณาดูกันนานๆ อย่ างน้อยให้เกิน 1 ปี ค่อยตัดสินใจ ส่วนใหญ่คนเรา เ ฟ ค ได้ไม่เกินปีก็เห็นธาตุแท้แล้ว

ขอขอบคุณที่มาจาก นิตยสาร Secret

10 ข้อคิดดีๆ เพื่อชีวิตที่ดี แค่เปลี่ยนความคิดง่ายๆ ชีวิตก็เปลี่ยน

1. ทำดี ดีกว่าขอพร มัวแต่อ้อนวอน พรไม่มี  ทำดีนั่นแหละ เป็นพร ทำแต่กรรมดี ทวีพร “พรทั้งปี คือทำดีตลอดไป”

2. “ความลับของความสำเร็จ คือเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ สำหรับโอกาสที่กำลังจะมาถึง”

3. สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือสิ่งที่เรามักจะมองไม่เห็น นั่นก็คือ

“ความคิด” You are what you think

“คุณคิดอะไรก็จะ เป็นอย่างนั้น”

เพราะเราเชื่อความคิดมีตัวตน คนเป็นอย่างที่ตนคิด

4. ถ้าไม่มีใครยอมยื่นมือมาช่วยเหลือโยม จงอย่าลืมว่ายังเหลืออีกหนึ่ง ตรงปลายแขนโยมเอง ที่พร้อมช่วยเสมอ

5. ควรหัดพูดคำว่า “ไม่เป็นไร” ให้เคยปากมากกว่าการพูดคำว่า “จะเอายังไง”

6. อย่าแบกอะไรที่เกินกำลังของตัวเอง

เพราะไม่เพียงแต่ มันจะทำให้เราเป็นทุกข์

แต่บางทีอาจมีผลต่อการยืนตรงๆ อย่างยาวนานของเราด้วย

7. อย่าทำ…ในสิ่งที่ไม่มีสิทธิ์

อย่าคิด…ในสิ่งที่ไม่มีค่า

อย่ารอ…ในสิ่งที่ไม่มีมา

อย่าไขว่คว้า…ในสิ่งที่ไม่มีจริง

8. หากจะร้องไห้ ก็ร้องไห้ให้เต็มที่ และถามตัวเองอีกที เราได้อะไรกับน้ำตา

9. สติ ทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็กอคติ ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่

10. ความร่าเริงบันเทิงใจเป็นกำไรของชีวิต…ถ้าวันไหนหงุดหงิดชีวิตขาดทุน

5 วิ ธี ฝึกใจ ให้คิดบวก ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ม นุ ษ ย์ เราสามารถสร้าง นิ สั ย คิดบวกได้พอๆ กับ นิ สั ย คิด ลบ แต่ นิ สั ย คิด ลบ เกิดได้ง่ายกว่า

เพราะต่างทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว ฉะนั้น ลองทำตามวิธีต่อไปนี้ดูนะคะ เพื่อสร้าง นิ สัย คิดในด้านดี

และขจัดความคิดด้าน ร้ า ย ให้หมดไป วิธีการฝึกคิดบวกนั้นไม่ยาก ลองดู 5 ขั้นตอนง่ายๆ ต่อไปนี้ค่ะ

1. ถ้าแก้วมีน้ำแค่ครึ่งเดียวจงเติมให้เต็มแก้ว การมองว่า มีน้ำเหลืออยู่ครึ่งแก้ว หรือน้ำหายไปครึ่งแก้วนั้น ถูกทั้ง 2 อย่าง อยู่ที่ว่าผู้มองเป็นคนมองโลกในแง่ดีหรือ ร้ า ย และไม่ผิดอะไรที่คุณจะเติมน้ำให้เต็มแก้ว

2. รู้จักให้อภัยตัวเองและผู้อื่น สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต เป็นผลพวงมาจากการกระทำของตนเองทั้ง สิ้ น ในบางครั้งบางคราว เราต่างตัดสินใจ ผิ ด พลาด แต่เมื่อรู้สำนึกแล้ว ก็ต้องปล่อยให้มันผ่านไปเรียกว่าเป็นการให้อภัย และต้องให้อภัยตัวเองเมื่อทำ ผิ ด พลาด เพื่อที่จะเดินหน้าต่อไปรวมทั้งใช้ความ ผิ ด พลาดจากอดีตเป็นบทเรียน เพื่อก้าวย่างที่ดีกว่าในอนาคต

3. ให้มองไปข้างหน้า อ ย่ า มองย้อนหลังทุกคนเคยทำ ผิ ด มาแล้วทั้งนั้น แต่ต้องไม่จมอยู่กับอดีตที่ผิดพลาด เพราะชีวิตต้องดำเนินต่อไป จงวางเป้าหมายเล็กๆที่เป็นไปได้ และพยายามทำให้สำเร็จ

4. พาตัวเองเข้าไปอยู่ในแวดวงของคนที่ประสบความสำเร็จและมอง โลกในแง่ดีมันเป็นเรื่อง ม หั ศ จ ร ร ยู์ ที่พลัง อำ น า จ ของคนอื่น สามารถส่งผลกระทบต่อพลังในตัวเราได้คนที่คิดในด้านบวกจะช่วย กระ ตุ้ น และเป็นแรงบันดาลใจให้เรา เชื่อมั่นในตัวเองว่าเราสามารถทำสิ่งที่มุ่งมั่นไว้ให้สำเร็จได้ จำไว้ว่า..จงอยู่ให้ห่างคนที่คิดแต่แง่ ร้ า ย ซึ่งจะขัดขวางการเดินหน้าของคุณ ดังพุ ท ธ ศ า ส น สุภาษิตที่ว่า “คบคน พ า ล พาลพาไปหา ผิ ด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”

5. มองหาบุคคลต้นแบบทุกคนควรมีบุคคลต้นแบบที่เป็นแรงบันดาลใจ คนคนนั้นอาจเป็นผู้ที่เอาชนะ อุ ป ส ร รค ใหญ่ๆได้สำเร็จและประสบความสำเร็จอย่างงดงามในที่สุด หรือเป็นผู้ที่ทำงานหนั กและสัมฤทธิ์ผลจงเอาคนนั้นเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก : share-si.com