คุณ รู้จักคนเยอะไหม? คุณรู้จักคนเยอะมาก แต่คนที่ช่วยเหลือคุณมีสักกี่คน อย่ าบอกว่าคุณรู้จักคนมากมาย ย า ม ที่คุณ ต ก อั บ ดูสิว่าจะมีสักกี่คนที่ยังอย ากรู้จักคุณ คนที่กิน ดื่ม ท่อง...
การตัดสัมพันธ์กับคนที่เรารักเป็นเรื่องยากก็จริง แต่ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ ใครจะเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็นได้ทุกอย่าง ความรักก็เช่นกัน เพราะชีวิตของเราต้องออกเดินทางไปพบเจอผู้คนมากมายในทุก ๆ วัน คนแปลกหน้าก็ทยอยมาเป็นคนรู้จักทีละคนสองคน คนที่รู้จักก็จะกลายเป็นคนใกล้ชิดทีละคนสองคน และบางครั้ง…คนใกล้ชิดบางคนนั้น กลายเป็นคนใกล้ชิดมากอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้ใช้เวลาคบหา ศึกษา ดูใจกันให้นานพอ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกที่บางทีเราจะพบว่า คนใกล้ชิดบางคนจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด ไม่ใช่เป็นอย่างที่เราคิดว่าเป็น หรือบางคนก็เป็นในสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าจะเป็นได้ (ช่างเป็นธรรมดาของชีวิตจริง ๆ ด้วย) . เมื่อเราเอาใจ เอาความรู้สึกของตัวเองไปผูกติดกับเขาไว้แล้ว ตัดสินเขาแล้วว่าว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อมัน..ไม่ใช่…ความเสียใจและผิดหวังก็ตามมา เป็นเรื่องปกติของชีวิตคนเราที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้บ่อยๆ หลายคนยอมรับได้และคิดว่ามันเป็นความแตกต่างของแต่ละบุคคล ใครจะเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็นได้ทุกอย่าง' เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้ว..ก็ทำใจได้และเลิกรากันไป (ใจมันผูกติด ด้วยความผูกพัน จึงกลายเป็นยึดมั่นถือมั่นไปเสีย)   แต่บางคนกลับเลือกที่จะอยู่ที่เดิม ให้ความใกล้ชิดทำร้ายตัวเองเรื่อยมาโดยไม่มีอะไรดีขึ้น ยิ่งใกล้ชิดมากยิ่งถูกทำร้ายมาก โดยไม่ยอมถามตัวเองเลยว่าที่ต้องทนคบกันอยู่นั้นเพื่ออะไร ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วนำแต่ความเดือดร้อนวุ่นวายมาให้มากมันก็เหนื่อย ยิ่งถ้าให้อภัยหลายต่อหลายครั้ง…ยิ่งหนัก (ทนคบกันไปอาจจะเพราะเสียดายเวลาที่ผ่านมา อาจจะต้องคิดว่า เวลา คือ ประสบการณ์สำคัญของชีวิต) ยิ่งพยายามยอมรับและทำความเข้าใจ ยิ่งไม่เข้าใจ นับวันใจของเราเองนั่นแหละที่จะเสียไปเรื่อย ความรู้สึกดีๆ ลดลงเรื่อยๆ จนวันหนึ่งจะไม่เหลือ แต่กว่าจะถึงวันนั้นก็เสียใจเสียความรู้สึกทุกวัน แล้วชีวิตจะมีความสุขได้อย่างไร (ความรักไม่น่าจะต้องอดทนจนก้าวล่วงความเป็นตัวเอง) มักยากนักหรือกับการหันหลังให้ใครสักคน แล้วเป็นฝ่ายเดินออกจากชีวิตของเขาไป เมื่อชีวิตของเรายังต้องเดินไปข้างหน้า ไปพบเจอคนอีกมากมาย มีใครต่อใครอีกมากมายที่รอให้เราเดินทางไปพบ ไปคบหา (ชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า ใช้อดีตเป็นบทเรียน) จริงอยู่คนบางคนสำคัญ จริงอยู่ที่อาจจะรักกัน จริงอยู่ที่อาจจะผูกพัน แต่ถ้าคบกันไปเพื่อจะกลายเป็นคนไม่สำคัญในวันหนึ่ง คบกันเพื่อให้ความรักลดลงเรื่อยๆ จนหมด เลิกคบกันวันนี้…กับรอให้จบในวันหนึ่งข้างหน้า มันจะต่างกันตรงไหน…(ผลคือ เป็นคนไม่สำคัญเหมือนกัน) สำหรับบางคน ต่อให้ให้โอกาสสักกี่ครั้งก็เหมือนเดิม ทำใจให้เข้มแข็งและตัดสินใจเลย มันไม่หนักหนาอะไรมากมายหรอก ก็แค่หันหลังให้คนคนเดียว (ขอบคุณสำหรับมุมมองที่สำคัญนี้) “การตัดสัมพันธ์กับคนที่เรารักเป็นเรื่องยากก็จริงแต่ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้”   ขอขอบคุณที่มาจาก : getwellsoonxoxo
คงจะมีสักครั้งในชีวิตที่คุณได้พบใครสักคน ซึ่งมองภายนอกก็ดูธรรมดาไม่ได้สวยเริดหรือหล่อเนี้ยบไปกว่าใคร แต่น่าแปลกที่คนส่วนใหญ่ รวมทั้งตัวคุณเองกลับรู้สึกถูกชะตาประทับใจในตัวเขาหรือเธออย่างไม่มีเหตุผล เผลอๆ บางคนอาจหลงรักเขาตั้งแต่แรกพบเลยด้วยซ้ำ แอดจะมาไขข้อข้องใจและเผยความจริงที่ว่า คุณเองก็สามารถเป็นเจ้าของมนต์เสน่ห์นี้ได้เช่นกัน เพียงทำตามเคล็ดลับ เปลี่ยนตัวเอง 9 ข้อต่อไปนี้ 1. รอยยิ้มสะกดใจ “รอยยิ้ม” เปรียบดังประตูด่านแรกที่จะทำให้ใครๆ รู้สึกประทับใจคุณตั้งแต่แรกพบ ซึ่งกฎมหัศจรรย์ข้อหนึ่งของรอยยิ้ม คือ ถ้าคุณมอบยิ้มที่จริงใจให้กับใคร ผู้รับก็มักจะส่งรอยยิ้มเดียวกันนั้นกลับคืนมาให้คุณทันทีเช่นกัน นอกจากนี้ รศ. ดร.พสุเดชะรินทร์  จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังกล่าวด้วยว่า “ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้เครื่อง fMRI (เครื่องสแกนสมอง) ตรวจสอบปฏิกิริยาของเซลล์สมองพบว่า เมื่อเรายิ้ม เซลล์สมองส่วนของอารมณ์และความสุขจะถูกกระตุ้นให้ทำงาน แสดงให้เห็นว่าการยิ้มทำให้คนเรารู้สึกมีความสุขมากขึ้น…โดยการยิ้มเพียงหนึ่งครั้งจะกระตุ้นให้เซลล์สมองด้านความสุขทำงานเทียบเท่ากับการกินช็อกโกแลตถึง 2,000 ชิ้นเลยทีเดียว” 2. เปิดใจรับ “ฟัง” แม้คนส่วนใหญ่มักชอบเป็นผู้พูดมากกว่าเป็นผู้ฟัง แต่แจ๊ค วู้ดฟอร์ด นักเขียนชื่อดัง กล่าวว่า “การตั้งใจฟังเป็นการเยินยอทางอ้อม ที่มนุษย์น้อยคนนักจะปฏิเสธได้” หรือพูดอีกอย่างก็คือการเป็นผู้ฟังที่ดีหรือฟังอย่างตั้งใจนั้น เป็นความลับเล็กๆ ที่จะทำให้ใครๆ ประทับใจในตัวคุณโดยไม่ต้องลงทุนหรือออกแรงใดๆ เลย 3. คุยเรื่องที่เขาสนใจ บทสนทนาที่จะทำให้ใครต่อใครประทับใจในตัวคุณคือ การเลือกพูดคุยในเรื่องที่เขาสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักเป็นเรื่องที่เขาเคยพูดถึงอยู่บ่อยๆ การปล่อยให้เขาได้บอกเล่าหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นอกจากจะทำให้เขาเพลิดเพลินและประทับใจในการสนทนากับคุณแล้ว เขายังรับรู้ถึงความเอาใจใส่ที่คุณมีให้เขาด้วย 4. มาดดีมีชัย (ไปกว่าครึ่ง) เราไม่ได้ขอให้คุณรีบไปตัดชุดสูทราคาแพง หรือทำศัลยกรรมให้ดูสวยกว่าความเป็นจริง เพียงคุณหันมาใส่ใจดูแลบุคลิกภาพให้ดูสะอาดสะอ้านและเรียบร้อยอยู่เสมอก็เพียงพอแล้ว เพราะไม่ว่าคุณจะมีอุปนิสัยน่ารัก พูดจาหวานหู หรือหน้าตาดีสักเพียงใด ก็คงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ถ้าคุณยังแต่งกายสกปรก กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยว หรือมีกลิ่นปากรุนแรงแทบทุกครั้งที่พบกัน 5. สัมมาคารวะคือสมบัติอันล้ำค่า อุปนิสัยสำคัญที่ทำให้ใคร ๆ ต่างให้ความเอ็นดูและชื่นชมคุณตั้งแต่แรกพบคือ กิริยาสุภาพนอบน้อมมีสัมมาคารวะกับทุกคน ไม่ควรเลือกปฏิบัติเฉพาะกับผู้ที่มีพระคุณหรือผู้ที่อาวุโสกว่าเท่านั้น แต่ควรให้เกียรติ และสุภาพกับผู้ที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับคุณด้วย อย่าลืมว่าการเป็นคนมีสัมมาคารวะ ไม่ได้ทำให้คุณดูต่ำต้อยลงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม คุณจะยิ่งได้รับการยกย่องชื่นชมอย่างจริงใจจากทุกคนที่ได้รู้จัก 6. อาสาช่วยด้วยหัวใจ เพียงคุณมีน้ำจิตน้ำใจ  หยิบยื่นความช่วยเหลือให้ผู้อื่นด้วยใจจริงโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ก็สามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ความสุขในใจของผู้อื่นได้แล้ว สิ่งที่คุณมอบให้นั้น ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่หรือมีค่าราคาแพงแต่อย่างใด การให้ในสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดต่างหากที่สำคัญกว่า อาจเป็นเพียงของเล็กน้อยหรือเป็นเพียงกำลังกายที่ช่วยหยิบจับช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ ก็ถือว่ามีคุณค่าน่าจดจำแล้ว 7. ทำให้คนที่คุณได้พบรู้สึกว่าเขาเป็น “คนสำคัญ” ควรให้ความสนใจจดจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับคนที่คุณได้รู้จักเอาไว้บ้าง เพราะหากมีโอกาสได้คุยกันอีกครั้ง แล้วเขารู้ว่าคุณจดจำเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับตัวเขาได้ เขาจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เป็นคนสำคัญในสายตาคุณและความรู้สึกนี้จะประทับอยู่ในใจของเขาไปอีกนานแสนนาน 8. มหัศจรรย์แห่งความกตัญญู เพียงคุณแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ อาทิ คุณพ่อ คุณแม่ ญาติ ครูอาจารย์ รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่เคยเกื้อหนุนคุณมา นอกจากจะทำให้คนที่คุณรักมีความสุขแล้ว  อานิสงส์ผลบุญนี้ยังแผ่ไปยังบุคคลอื่น  ทำให้ผู้ที่ได้รู้จักคุณพลอยรู้สึกยินดีสรรเสริญ  และชื่นชมในตัวคุณ  โดยที่คุณไม่ต้องป่าวประกาศคุณงามความดีนั้นด้วยตัวเองเลย 9. ยึดมั่นใน “ความดี” เคล็ดลับสุดท้ายคือ  คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ใครหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมารุมรัก  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้คุณต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง  หรือต้องฝืนใจทำในสิ่งที่ผิดทำนองคลองธรรมเพราะนั่นหมายความว่า คนๆ นั้นหรือคนกลุ่มนั้นไม่คู่ควรกับมิตรภาพดีๆ ที่คุณมีให้เพียงแค่คุณคิด พูด ทำแต่สิ่งที่ดี ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกสบายใจและอยากอยู่ใกล้คุณทั้งนั้น  เพราะเขาจะพลอยได้รับแต่สิ่งดีๆ และมีความสุขยามที่ได้อยู่กับคุณ
ทำดีกับคนในบ้านให้มากๆ คนนอกบ้านเบาๆลงบ้างก็ได้ คนบางคน พูดดีแต่กับคนอื่น แต่พูดดีกับคนในบ้านไม่ได้ คนบางคน… พูดกับเพื่อน…ดี พูดกับครู…ดี พูดกับลูกค้า…ดี พูดกับคนอื่น…ดี แต่พูดกับคนในบ้าน…ไม่ดี โดนอะไรหนักๆ ที่โรงเรียนมา ก็กลับมาเหวี่ยง…ใส่คนที่บ้านโดนอะไรแรงๆ ในที่ทำงาน
ไม่สำคัญว่า มีทรัพย์มากหรือน้อย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องใช้ให้น้อยต่างหาก ชีวิตจึงจะมีเหลือมากกว่าขาด คนจนยิ่งจน เพราะทำรวย คนรวยยิ่งรวย เพราะทำจน ทำตัวให้เป็นปกติ ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ชีวิตก็จะเป็นปกติ ไม่ยินดีในสิ่งที่ตนได้ ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นคนอาภัพอับโชคที่สุดในโลก ยินดีในสิ่งที่ตนได้ พอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นคนโชคดีที่สุดในโลก อดทนได้ จงอดทน อดใจได้ จงอดใจ...
อย่ าไปกังวลว่า ถ้าคุณจากไป อะไรจะเกิดขึ้น เพราะเมื่อกลายเป็นผงธุลีไปแล้ว ใครเขาจะยกย่องชื่นชม หรือตำหนิประณามอย่ างไร คุณจะไปรู้สึกรู้สาอะไรได้ ลูกของคุณเขาจะเป็นอย่างไร ก็อย่ าเป็นห่วงให้มากนัก พวกเขาต่างก็มีจุดหมาย และ หนทางชีวิตของตนเอง เมื่อล่วงลับไปแล้ว…คุณก็ยัง ไม่เลิกเป็นท าสของลูก อีกหรือ อย่าคาดหวังอะไรมากจากเ ด็ ก ต่อให้คุณชุบเลี้ยงใคร ไว้ดูแลคุณย ามแ ก่เ ฒ่ า เขาก็ต้องวุ่นวายกับการงาน และภาระผูกพันต่าง เกินกว่าจะมีเวลามาช่วยเหลือ...
หนังสือเล่มเก่า กลับไปอ่านกี่ครั้งก็คงจบแบบเดิม ทุกคนคงเคยได้ยินคำที่ว่า หนังสือเล่มเก่า กลับไปอ่านกี่ครั้งก็คงจบแบบเดิม มันมักจะเป็นประโยคเด็ดของการกลับมาเมื่อมันเกิดขึ้น แต่มันคงใช้กับเราไม่ได้ สิ่งที่เราเชื่อคือ ถ้าคนที่ใช่ จะไม่เลิกกันไปตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว นั้นแหละคือประโยคที่เราเชื่อมาตลอด ทุกครั้งเวลาการจากลาเดินมาถึง เราก็มักจะเสียใจและขอให้ใครคนนั้นกลับมา แม้ตอนที่เขากลับมาแล้วจริง เราก็ไม่เคยจะกล้ากลับไปคบกับเขาอีกเลย แต่สำหรับคนนี้มันคงเป็นกรณีพิเศษ ที่พิเศษจริง เพราะเขาคือคนแรกที่ทำให้เราละเว้นความเชื่อนั้นไว้ เพื่อที่จะขอเริ่มใหม่อีกครั้งกับเขา เพราะมันไม่มีอะไรแน่นอนเลย นั้นก็คือไม่มีอะไรแน่นอนจริง รวมถึงไม่ได้มีการการันตีเลยว่ากลับมาครั้งนี้มันจะดีกว่าครั้งนั้น แต่มีเพียงคำพูดที่เราบอกกับเขา ‘คุณรู้ใช่ไหมว่าการกลับเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้คือมันต้องดีกว่าเท่านั้นนะ’ แน่นอนเขาตอบรับเราด้วยคำพูดที่เข้าใจ ก่อนจะเริ่มต้นใหม่ เราก็เลยบอกถึงสาเหตุที่มันเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ‘คุณไม่รู้หรอกว่าเราคาดหวังกับคุณมาก ไหน เพราะเราไม่เคยบอกมันกับคุณ’ ‘แล้วเราทำอะไรหรอ’ ‘อย่าพูดถึงมันเลยนะ...
1. ทำดี ดีกว่าขอพร มัวแต่อ้อนวอน พรไม่มี  ทำดีนั่นแหละ เป็นพร ทำแต่กรรมดี ทวีพร “พรทั้งปี คือทำดีตลอดไป” 2. “ความลับของความสำเร็จ คือเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ สำหรับโอกาสที่กำลังจะมาถึง” 3. สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือสิ่งที่เรามักจะมองไม่เห็น นั่นก็คือ “ความคิด” You are what you think “คุณคิดอะไรก็จะ...
สิ่งที่น่าเสียด าย ที่สุดในโลกใบนี้ คือ การที่ผู้หญิงไม่เห็นค่าตัวเอง และคิดว่าเราต้องยอม เพื่อให้ผู้ชายมารัก แต่ผู้ชายที่รักเราจริง จะไม่ทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวเองจะไม่ทำให้เราเสี ยเ กียรติ จะไม่ลบหลู่ความเป็นผู้หญิงของเรา มี 3 สิ่งที่บอกได้ง่ายๆว่าผู้ชายคนนั้นจริงจังและจริงใจแค่ไหนในการคบกับเรา ซึ่งหนูดีถูกสอนมาสมัยเรียนครอบครัวศึกษา ปริญญาตรีของหนูดีค่ะ เรียกว่า 3 P s นั่นคือ Profess Provide Protect มาดูกันนะคะว่ามีอะไรบ้าง จะได้เอาไว้สอดส่องพฤติกรรมคนที่เข้ามาหาเรา
มอบให้แม่ทุกเดือน แม้ไม่มีก็ต้องให้ เพราะผลที่ได้รับคุ้มค่ามาก อย ากเจริญให้ทำเลย อาจารย์ของผมท่านได้ให้เงินเดือนพ่อและแม่เดือนละ 1,000 บาท เป็นประจำทุกเดือน ผมสงสัย? ทำไมต้องให้เงินพ่อแม่ เดือนละ 1,000 บาท? ในเมื่อแม่ก็อยู่บ้านหลังเดียวกับอาจารย์อยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับท่าน อาจารย์ก็จัดการทั้งหมดอยู่แล้ว วันหนึ่งสบโอกาศ ผมจึงตัดสินใจถามอาจารย์ว่า “อาจารย์กำลังทำอะไรครับ?” อาจารย์ตอบว่า “ผมกำลัง ตั ด รายจ่ายอยู่…ผมต้องจ่ายค่าแม่ครัว คนขับรถ คนสวน ค่าใช้จ่ายในบ้าน...